Purpose-driven Leader: เป็นผู้นำอย่างไรให้ได้ใจคนและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ตาม

May 24, 2022 Leadership

Purpose หรือ จุดมุ่งหมาย เป็นสิ่งที่หลายองค์กรในปัจจุบันนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดทิศทางการทำธุรกิจและการสร้างวัฒนธรรมเพื่อให้พนักงานตลอดจนลูกค้าและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (stakeholders) รู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนองค์กรไปด้วยกัน ดังนั้นผู้นำในปัจจุบันที่องค์กรมองหาจึงจำเป็นต้องมีทักษะในการบริหารคนและเน้นการสร้างเป้าหมายร่วมกัน (shared purpose) โดยมีจุดมุ่งหมายเป็นตัวนำ หรือที่เรียกว่า purpose driven leadership ที่จะช่วยรวมใจทุกคนในการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อองค์กรและเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยจุดมุ่งหมายได้อย่างเต็มรูปแบบ 

ปัจจุบันองค์กรต่างตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการนำ purpose ที่มีความหมายมาเป็นหัวใจหลักของการดำเนินธุรกิจ​มากกว่าการดูเพียงผลประกอบการหรือกำไรเพียงอย่างเดียว แต่มองในภาพใหญ่ถึงคุณค่าที่องค์กรมอบให้สังคมด้วย เพราะหากองค์กรสามารถเชื่อมจุดมุ่งหมายของพนักงานไปในทิศทางเดียวกันกับองค์กรได้ พนักงานก็จะรู้สึกว่าตัวเองกำลังร่วมกับองค์กรในการทำสิ่งที่มีความหมายและมีคุณค่าต่อทั้งตัวเอง และสังคม สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข เต็มประสิทธิภาพ มีความผูกพันกับองค์กร อยากที่จะร่วมงานกับองค์กรไปนานๆ นอกจากนี้ purpose ที่ดียังจะช่วยสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้เกิดขึ้นในองค์กร และทำให้เกิดความชัดเจนในการทำงานเพราะทุกคนต่างมีเป้าหมายเดียวกันจึงทำให้การทำงานและตัดสินใจมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
 

 

 
ผลวิจัยจาก Mckinsey พบว่า คนที่เห็น “คุณค่าและความหมาย” ในงานที่ทำมีแนวโน้มสร้างผลลัพธ์ในการทำงานที่มากกว่าคนอื่นๆ มี สุขภาพกายและใจ ความสามารถในรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น พร้อมทั้งมีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรที่นานขึ้น 

 

 

 

สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองก่อนสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น  

โจทย์ในการเชื่อม purpose ของพนักงานกับองค์กรนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับผู้นำว่าจะสร้างและผลักดันวิถีการทำงานที่ตอบสนองทั้ง “คุณค่า” พร้อมเติมเต็ม “ความหมาย” ให้กับผู้คนหรือพนักงานของคุณได้อย่างไร โดยเฉพาะพนักงานตัวเล็กๆ เพราะจากผลสำรวจพบว่าพนักงานตั้งแต่ระดับผู้จัดการลงไปมี 85% ที่ไม่แน่ใจและไม่รู้สึกว่างานที่ทำมีความหมาย ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ผู้นำต้องแก้ไขให้ได้ 


การจะเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วยจุดมุ่งหมาย (Purpose-Driven Leader) จะต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน เพราะหากผู้นำกลายเป็นคนที่หมดไฟ ทำงานแค่ให้เสร็จไปวันๆ หรือเอาแต่พูดแต่ไม่ลงมือทำ ก็ไม่อาจจะสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมงานได้ ดังนั้นก่อนอื่นผู้นำอาจจะต้องกลับมาทบทวนตัวเองเสียก่อนเพื่อหา purpose ของตัวเองที่สอดคล้องกับงานให้เจอ และกล้าที่จะให้ความสำคัญกับ purpose เหนือ profit เพราะเมื่อผู้นำมีแรงบันดาลใจในตัวเองแล้วก็จะสามารถถ่ายทอดพลังบวกนี้ไปยังคนอื่นๆ ในทีมได้ 

 
5 วิธีเริ่มต้นสู่การเป็น Purpose-Driven Leader

 

Simon Sinek ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับภาวะผู้นำและนักพูดสร้างแรงบันดาลใจได้ให้ข้อแนะนำถึงขั้นตอนสู่การเป็น Purpose-Driven Leader ว่าผู้นำต้องเริ่มต้นถามคำถามตัวเองก่อนเพื่อค้นหา purpose ของตัวเราเองให้เจอ และนำมากำหนดเป็น action plan ในการทำงาน

 
  1. Make the time - หาเวลาสำรวจ purpose ของตัวคุณเอง 
    ให้เวลากับตัวเองเพื่อสำรวจและทำความรู้จักกับตัวเองในเชิงลึกว่าอะไรคือ “คุณค่า” ที่คุณยึดถือในการใช้ชีวิต และสิ่งที่คุณต้องการในชีวิตไม่ว่าจะเป็นชีวิตนอกการทำงานหรือในการทำงานก็ตาม โดยอาจตั้งคำถามกับตัวเองผ่านตัวอย่างชุดคำถามเหล่านี้ เช่น อะไรคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญ? อะไรคือสิ่งที่ทำให้มีความสุข? คุณจะนำแพสชันและความสามารถที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างไร? อะไรคือสิ่งที่เราอยากทำ? 

     
  2. Know the “why” – เข้าใจว่าเป็นผู้นำเพื่ออะไร 
    คุณอาจต้องลองย้อนนึกถึงความตั้งใจแรกในการเป็นผู้นำว่าผู้นำในแบบที่คุณต้องการเป็นอย่างไร? ทำความเข้าใจว่าบทบาทความเป็นผู้นำสำคัญอย่างไรต่อคุณ ตกผลึกถึงข้อดีข้อเสียของการเป็นผู้นำ คุณอาจลองปรึกษาคนอื่นเพื่อฟังความเห็นเพิ่มเติมเพื่อค้นหาความหมายของการเป็นผู้นำในแบบของตัวคุณเอง


  3. Identify your uniqueness - ค้นหา “ความพิเศษเฉพาะตัว” ของคุณ 
    ค้นหาความพิเศษเฉพาะตัวของคุณโดยการหาคำตอบให้ได้ว่า อะไรคือสิ่งที่คุณทำได้แต่คนอื่นทำไม่ได้? อะไรคือความสามารถที่เป็นจุดเด่นของเราที่สามารถนำมาจุดประกายสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้ เมื่อได้คำตอบแล้วก็ให้โฟกัสในการทำสิ่งเหล่านี้เป็นหลัก 

  4. Minimize distractions and competing priorities - ตัดสิ่งรบกวนและจัดลำดับความสำคัญงานใหม่ 
    การเป็นผู้นำมีภาระหน้าที่ให้รับผิดชอบมากมาย คุณจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญใหม่โดยให้ความสำคัญกับงานที่สอดคล้องกับ purpose ของคุณ และพยายามกระจายงานอื่นๆ ให้กับผู้อื่นบ้างเพื่อที่จะได้มีเวลามาโฟกัสกับสิ่งที่เป็น purpose ของการเป็นผู้นำของคุณ พยายามให้ความสำคัญกับบทบาทในการซัพพอร์ตผู้อื่นและปฏิสัมพันธ์กับคนในทีมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้มากขึ้นแทนที่จะจัดการเรื่องงานเพียงอย่างเดียว

     
  5. Reflect and move forward – ทบทวนและก้าวต่อไป 
    ลองย้อนนึกถึงช่วงเวลาที่คุณยังไฟแรงและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจว่าตอนนั้นทำได้อย่างไร และพยายามทำให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง purpose จะเป็นเหมือนเข็มทิศในการทำงานให้กับคุณ และเมื่อคุณพร้อมและเต็มไปด้วยพลังงานเชิงบวกแล้วก็จะสามารถส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับผู้ที่ทำงานรอบตัวของคุณได้ 

 
วันนี้ไม่ว่าคุณจะเป็น “ผู้นำตนเอง (Self-Leader) ” หรือ “ผู้นำในองค์กร” (Organizational Leader)… 

ไม่ว่าบทบาทของคุณจะอยู่ระดับใด จะอยู่ในองค์กรหรือนอกองค์กรก็ตาม 

คุณเองก็สามารถเป็นส่วนสำคัญที่มีอิทธิพลกับการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก 

 ในการสร้างบรรยากาศและวัฒนธรรมการทำงานที่ดี และขับเคลื่อนสังคมไปในทิศทางที่ดีได้  

เพียงเริ่มต้นหา purpose ของคุณและลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง 

อ้างอิง ​ 
Mckinsey: Help your employees find purpose—or watch them leave
Leading With Purpose: How To Engage Others With Passion And Focus

คอร์สที่คุณอาจสนใจ - magnetic leader for employee engagement