เทรนด์การทำ employee engagement และ well-being ในองค์กร

เมษายน 18, 2565 ความรู้เชิงลึกด้านทรัพยากรบุคคล

เทรนด์การสร้าง emotional engagement ด้วยการดูแลความรู้สึกพนักงาน

เทรนด์การทำ employee engagement ในตอนนี้จะเน้นให้ความสำคัญกับการทำ emotional engagement หรือความผูกพันทางความรู้สึกกับพนักงานมากขึ้น เพราะด้วยสภาวะปัจจุบันที่พนักงานต้องเผชิญกับปัญหาทั้งจากเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวจึงอาจส่งผลให้พนักงานหมดไฟและหมดแรงจะไปต่อกับองค์กรได้ง่ายๆ องค์กร  จึงจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลจิตใจพนักงานและสร้างสุขในการทำงานให้เกิดขึ้นเพื่อให้พนักงานมีความรู้สึกในเชิงบวกกับองค์กร

ผลสำรวจจาก White Paper: The Chief People Officer of the Future ที่ศึกษาวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำในต่างประเทศเผยให้เห็นแนวโน้มว่าการสร้าง emotional engagement โดยการดูแลพนักงานให้มีความสุขในการทำงาน และมี well-being ที่ดีจะเป็นแนวทางสำคัญในการทำ employee engagement ในอนาคต โดยเหล่าผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่มองว่าการทำ emotional engagement เป็นประโยชน์ต่อทั้งพนักงานและองค์กร โดยในมุมขององค์กรจะได้ทั้ง ประสิทธิภาพในการทำงาน ผลงาน และความคิดสร้างสรรค์ที่ดีขึ้นของพนักงาน ช่วยรักษาคนเก่งไว้กับองค์กร และสามารถลดจำนวนวันลาของพนักงานได้อีกด้วย ด้านพนักงานก็มีความสุขในการทำงาน มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น





องค์กรจะเริ่มต้นสร้าง emotional engagement ได้อย่างไร?

การสร้าง emotional engagement หรือการทำให้พนักงานรู้สึกดีและผูกพันกับองค์กรนั้น พนักงานจะต้องรู้สึกว่างานที่พวกเขาทำมีความหมาย รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร รู้สึกปลอดภัย มีอิสระในการทำงานและได้รับความไว้วางใจในการทำงานจากหัวหน้า มีความสัมพันธ์ที่ดีกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน มีบรรยากาศการทำงานที่ดี ไม่ตึงเครียด มีพื้นที่ปลอดภัยให้แสดงความคิดเห็น จึงจะเกิดเป็นความสุขในการทำงาน แต่คำถามแรกคือจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้พนักงานกำลังมีความสุขในการทำงานจริงหรือไม่?


การเริ่มต้นสร้าง emotional engagement จึงควรเริ่มจากการพูดคุยกับพนักงานให้บ่อยขึ้น ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราได้ทราบว่าตอนนี้พนักงานรู้สึกอย่างไร มีปัญหาอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเข้าไปช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา ให้กำลังใจ และให้คำแนะนำได้อย่างตรงจุด

อย่างไรก็ตามจากการสำรวจเราพบว่ามีเพียง 52% ของผู้บริหารที่ระบุว่าองค์กรของตนมีการวัดผลและสำรวจความรู้สึกของพนักงานในองค์กรเป็นประจำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่หัวหน้าและผู้บริหารต้องเข้ามาดูในจุดนี้ โดยนำเกณฑ์ความรู้สึกของพนักงานเข้ามาอยู่ในมาตรวัด ใส่ใจความรู้สึกของพนักงานให้มากขึ้น รวมถึงสร้างบรรยากาศที่ดีให้พนักงานกล้าที่จะเปิดใจพูดคุยกับเรา

ตัวอย่างไอเดียที่องค์กรสามารถนำมาปรับใช้เพื่อสร้าง emotional engagement ให้กับพนักงาน

  • จัดกิจกรรมสร้างสุข และโปรแกรม well-being ในองค์กร
  • มอบหมายให้การดูแลความรู้สึกของพนักงานเป็นหนึ่งในหน้าที่รับผิดชอบของหัวหน้าและผู้จัดการ
  • มอบหมายให้มีตัวแทนคอยดูแลเรื่องอารมณ์ของพนักงาน เช่น จัดให้มีตำแหน่ง happiness manager
  • มอบหมายงานหรือปรับรูปแบบการทำงานบางอย่างให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน
  • ประเมินและสอบถามความรู้สึกพนักงานเป็นประจำ
  • ให้พื้นที่ในออฟฟิศกับพนักงานเพื่อจัดกิจกรรมตามความชอบ
  • จัดกิจกรรมเพื่อการสังสรรค์และผ่อนคลายให้กับพนักงาน
  • ใช้วัฒนธรรมองค์กรหล่อหลอมอารมณ์ของพนักงานในองค์กร
  • ประเมินและฝึกอบรมทักษะในการบริหารจัดการอารมณ์ให้กับพนักงาน

Emotional Intelligence กุญแจสำคัญในการสร้างสุขให้พนักงาน

จากตัวอย่างไอเดียในการสร้าง emotional engagement ข้างต้น Adecco มองว่าตัวแปรสำคัญที่จะช่วยสร้าง emotional engagement ได้ดีก็คือการพัฒนาให้พนักงานมีความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เพราะปัญหาส่วนใหญ่จากการทำงานหนีไม่พ้นปัญหาเรื่องคน

หลายงานวิจัยมักพบว่าสาเหตุหลักของความเครียดในการทำงานมักมาจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน ดังนั้นหากองค์กรสามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยฝึกอบรม
EQ ให้กับพนักงานทุกระดับก็จะช่วยให้พนักงานมีทักษะในการบริหารจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่นไม่ว่าจะอยู่ในสถานะ หัวหน้า ลูกน้อง หรือ เพื่อนร่วมงาน

การมี
EQ ที่ดีจะช่วยให้พนักงานสามารถมีสภาวะทางอารมณ์ที่มั่นคงและไม่เครียดกับการทำงานมากจนเกินไป มีสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อองค์กรแวดล้อมด้วยพนักงานที่มี EQ ดี ก็จะเป็นการเสริมพลังบวกในการทำงานให้แก่กัน ทำให้ทำงานร่วมกันได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจเราพบว่ามีผู้บริหารจำนวนน้อยมากที่เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ โดยมีผู้บริหารเพียง
21% ที่ระบุว่าองค์กรมีการวัดทักษะการบริหารจัดการอารมณ์ของพนักงาน และไม่มีองค์กรใดเลยที่จัดฝึกอบรม EQ ให้พนักงานอย่างจริงจัง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์กรและ HR จะต้องปรับโฟกัสมาให้ความสำคัญกับทักษะการบริหารจัดการอารมณ์มากขึ้นเพราะนอกจากจะช่วยสร้าง emotional engagement แล้วยังเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนทำงานในยุคนี้อีกด้วย


อ่านข้อแนะนำและผลสำรวจฉบับเต็มจาก Adecco ได้ที่ white paper: The Chief People Officer of the Future


เรียนรู้เรื่อง HR และ Employee Engagement เพิ่มเติมกับคอร์สเรียนจาก Adecco ที่คุณอาจสนใจ