7 วิธีรับมือการทำงานในสภาวะ Toxic

กุมภาพันธ์ 07, 2565 คำแนะนำด้านอาชีพ

ทำอย่างไรเมื่อเราต้องเจอกับการทำงานที่ toxic ?

มีคำกล่าวว่าเหนื่อยเรื่องงานไม่เท่าเหนื่อยเรื่องคน ยิ่งหากเจอคนและสภาพการทำงานที่ toxic ด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้หมดแรงกายและแรงใจเร็วมาก ซึ่งหากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ toxic นานๆ ก็จะเกิดผลกระทบทางสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้ อย่างที่หลายคต้องลาออกจากงานด้วยความเครียดหรือสุขภาพที่ย่ำแย่ Adecco จึงได้รวบรวมข้อแนะนำที่จะช่วยคุณรับมือในการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ toxic มาฝากกันค่ะ


1. ดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแกร่ง


การทำงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือสุขภาพ นี่คือสิ่งที่เราต้องท่องไว้ในใจเสมอ เพราะการทำงานในสภาวะ toxic อาจทำให้เราขาด work-life balance เกิดความเครียด และส่งผลกระทบด้านอารมณ์ ดังนั้นเพื่อที่จะรักษาสุขภาพกายและใจให้อยู่ในสถานะที่ดีอยู่เสมอเมื่ออยู่นอกเวลางานเราควรปล่อยวางเรื่องงาน ไม่จำเป็นต้องแบกปัญหาเรื่องงานหรือความรู้สึกของคนอื่นตลอดเวลา ขณะเดียวกันก็หาวิธีดูแลสุขภาพกายและใจ เช่น การเลือกรับประทานอาหารดีๆ ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ หาเวลาว่างไปผ่อนคลายทำกิจกรรมที่ชอบ ใช้เวลากับครอบครัวและสัตว์เลี้ยงเพื่อเพิ่มพลังด้านบวก ก็จะช่วยให้สุขภาพกายและใจของคุณแข็งแกร่งไม่พ่ายแพ้ต่อเรื่อง toxic ต่างๆ ที่เข้ามา

 

2. สร้างระยะห่างที่เหมาะสม

ความสัมพันธ์ระดับบุคคลนั้นต้องมีระยะห่างที่เหมาะสม หากใกล้กันมากเกินไปก็จะกระทบกระทั่งกันได้ง่ายแม้แต่คนที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีก็ยังต้องมีระยะห่าง ดังนั้นสำหรับคนที่ toxic เราก็ต้องสร้างระยะห่างที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน เมื่อรู้สึกว่าใกล้กันเกินไปก็ต้องถอยห่างออกมาบ้างเพื่อเป็นการเว้นระยะให้แต่ละฝ่ายมีเวลาคิดไตร่ตรองและมีเวลาบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้

 

3. หาวิธีระบายความเครียด

ความเครียด อารมณ์และความรู้สึกไม่ดีต่างๆ หากเราเก็บเอาไว้ไม่ยอมระบายออกมาก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต เปรียบเทียบเหมือนร่างกายที่หากของเสียไม่ถูกขับถ่ายออกมาก็จะทำให้เราป่วยได้ สุขภาพจิตของเราก็ไม่ต่างกัน ดังนั้นเมื่อรู้สึกไม่ดีเราต้องหาวิธีระบายออกมา ไม่ว่าคุณจะระบายให้เพื่อนฟัง ร้องไห้ออกมาให้หมด พูดปลอบใจตัวเอง หรือเบี่ยงเบนความสนใจไปทำอย่างอื่น เช่น ไปกินหมูกระทะ หรือ ไปเที่ยว ก็ต้องหาวิธีที่จะช่วยระบายความรู้สึกด้านลบของคุณออกมาเพื่อรักษาสุขภาพจิตของเรา

 

4. คิดถึงเป้าหมายเข้าไว้

การทำงานก็ต้องมีท้อบ้าง แต่สิ่งที่จะทำให้เราไปต่อได้ก็คือแรงจูงใจที่จะทำเป้าหมายให้สำเร็จ ดังนั้นคุณควรพยายามโฟกัสที่เป้าหมายเข้าไว้ ลองทบทวนว่าเรามาทำงานนี้เพื่ออะไรก็จะทำให้เรามีแรงฮึดสู้ในการทำงานมากขึ้น เช่นที่หลายๆคนอาจมีเป้าหมายในการทำเพื่อครอบครัวพอคิดถึงเรื่องนี้ก็จะรู้สึกว่าพร้อมเผชิญกับทุกสิ่งที่เข้ามาได้เพราะเป้าหมายนั้นคุ้มค่า

 

5.หาพันธมิตรที่ไว้ใจได้

สังคมการทำงานไม่ได้มีแต่คนแย่ๆ เสมอไป คนที่ดีก็ยังมีอยู่ ลองหาใครสักคนที่ไว้ใจได้เป็นเพื่อนคู่คิดคอยให้กำลังใจและช่วยเหลือกันก็จะทำให้เราสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ แต่ที่สำคัญคือต้องเลือกคบคนให้ถูกและแน่ใจว่าเป็นคนที่ไว้ได้จริงๆ โดยพยายามเลือกคบคนที่ ซื่อตรง มีน้ำใจช่วยเหลือ มีจรรยาบรรณในการทำงาน ไม่เอาตัวรอดเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

 

6. พูดคุยเพื่อปรับจูนวิธีการทำงาน

บางครั้งสภาพแวดล้อมที่ toxic ต่อการทำงานอาจไม่ได้เกิดจากคนที่ toxic เสมอไป แต่อาจเกิดจากสไตล์การทำงานที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรหาเวลาพูดคุยเพื่อปรับจูนวิธีการทำงาน โดยพยายามทำความเข้าใจสไตล์การทำงานของแต่ละคนและหาข้อตกลงร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว เช่น ปัญหาหัวหน้าที่ชอบสั่งงานตอนดึก เราอาจต้องลองหาสาเหตุว่ามาจากอะไร บางทีอาจเป็นเพราะเขาเพิ่งมีเวลาว่างมาทำงานตอนดึกก็เป็นได้ ซึ่งอาจปรับแก้โดยคุยความคาดหวังและการทำงานให้ตรงกันว่า หากหัวหน้าสั่งงานมาตอนดึกเราจะอ่านข้อความและเริ่มทำงานนั้นในวันถัดไป เป็นต้น หรือหาวิธีอื่นที่ทั้งเราและเขาจะสามารถร่วมงานได้อย่างสบายใจ

7. รักษาความเป็นมืออาชีพ

การทำงานแบบมืออาชีพจะเป็นเกราะที่ช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ ได้ดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะทำงานกับคนที่ toxic หรือไม่ toxic ก็ตามก็ต้องรักษาการทำงานให้มีความเป็นมืออาชีพเสมอ ตัดเรื่องดราม่าต่างๆ แล้วโฟกัสที่การทำงานเป็นหลัก เมื่อเจอปัญหาก็ให้คิดเสียว่าเป็นการฝึกทักษะในการทำงานร่วมกับคนหลากหลายประเภท คุณก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานและลดภาวะ toxic ในองค์กรได้