เป็นหัวหน้าคน ต้องเก่งคนหรือเก่งงาน?

กันยายน 16, 2562 การพัฒนาตนเอง

การที่ใครสักคนจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าได้ก็คงต้องมีความเก่งติดตัวมา ไม่เก่งงานก็เก่งคน แต่หากถามว่าเก่งงานหรือเก่งคนอย่างใดสำคัญกว่า ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่าระหว่าง เก่งงานไม่เก่งคน กับ เก่งคนไม่เก่งงาน แตกต่างกันอย่างไร
 

เก่งงานไม่เก่งคน

หัวหน้าที่เก่งงานแต่ไม่เก่งคนมักจะมีความรอบรู้และความชำนาญในเชิงลึก สร้างผลงานได้อย่างโดดเด่น สามารถทำงานที่มอบหมายด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง สามารถให้คำแนะนำและแก้ปัญหาให้กับลูกน้องในส่วนที่เกียวกับเนื้องานได้ดี แต่บางครั้งด้วยความที่ยึดถือในผลสำเร็จของงานมากเกินไป บางครั้งอาจขาดความระมัดระวังในเรื่องความรู้สึกและความสัมพันธ์ของคนที่ร่วมงานด้วย ขาดวาทศิลป์ในการสื่อสาร บรรยากาศในการทำงานมีความตึงเครียด สิ่งนี้ก็อาจนำมาสู่ปัญหาความไม่เข้าใจภายในทีม ลูกน้องรู้สึกสูญเสียกำลังใจ และหมดกำลังใจในการทำงาน ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และความสามารถของลูกน้องได้อย่างเต็มที่


เก่งคนไม่เก่งงาน
สำหรับหัวหน้าแล้ว หากมีทักษะด้านคนที่ดีเรียกได้ว่าแทบจะมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะหากสามารถบริหารคนได้ รู้จักเลือกคนที่เหมาะกับงาน สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงานให้เกิดขึ้นได้ ลูกน้องก็จะสามารถทำงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่หัวหน้าแทบไม่ต้องออกแรงมาก อย่างไรก็ตามหากหัวหน้าเก่งคนแต่ไม่เก่งงานก็อาจทำให้ลูกน้องขาดความเคารพในตัวหน้าได้ โดยเฉพาะเมื่อลูกน้องมีคำถามหรือมีปัญหามาปรึกษาหัวหน้า แต่หัวหน้าไม่สามารถแก้ไขหรือให้คำตอบได้ สิ่งนี้จะทำให้เกิดปัญหาตามมาทั้งในหน้างานเอง ลูกน้องจะรู้สึกสับสนและขาดศรัทธาในตัวหัวหน้า



เก่งงานหรือเก่งคน อะไรสำคัญกว่ากัน?

มาถึงตรงนี้เราน่าจะเห็นว่าคนทั้งสองแบบต่างก็มีทั้งจุดเด่นและข้อจุดด้อยที่แตกต่างกัน สำหรับพนักงานในระดับหัวหน้างาน (Supervisor) การเก่งงานจำเป็นมากเพราะต้องคอยควบคุมหน้างานและให้คำแนะนำลูกน้องในระดับปฏิบัติการได้ แต่เมื่อตำแหน่งสูงขึ้นทักษะด้านคนจะยิ่งจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะงานหลักของผู้บริหารและผู้จัดการก็คือการบริหารจัดการคน รวมถึงทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ วิสัยทัศน์ในการมองเห็นภาพใหญ่ก็จะจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน อย่างไรก็ตามหัวหน้าจะเก่งแต่คน แต่ไม่เก่งงานเลยก็ไม่ได้ เพราะเมื่อลูกน้องมีปัญหาในการทำงานก็ต้องหันมาพึ่งหัวหน้าอยู่ดี­ ดังนั้นทั้งเก่งงานและเก่งคนจึงเป็นสองสิ่งที่หัวหน้าต้องควรมีควบคู่กัน

หัวหน้าที่เก่งงานแต่ไม่เก่งคนจึงควรหันมาพัฒนาทักษะด้านคน เพราะการทำงานล้วนต้องติดต่อกับคนอย่างหนีไม่พ้น หากอ่านคนออก ใช้คนเป็น ได้ใจคน ก็เหมือนมีกองกำลังสนับสนุนไว้ช่วยคอยช่วยเรื่องงาน แก้ปัญหาต่างๆ ขณะที่หัวหน้าที่เก่งคนแต่ไม่เก่งงานก็ควรพัฒนาทักษะด้านการทำงานให้มากขึ้น หากสิ่งใดไม่รู้หรือยังขาดต้องยอมรับ เรียนรู้ และหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เมื่อเราอยู่ในบทบาทของหัวหน้าบางเรื่องอาจไม่จำเป็นต้องรู้ลึก แต่ต้องรู้ให้กว้าง คือมีความรู้เรื่องในงานหลายๆ เรื่อง สามารถเข้าใจหลักการและเหตุผล นำมาประยุกต์ใช้ในงานและการตัดสินใจ ก็จะสามารถเป็นที่พึ่งให้กับลูกน้องได้ เป็นหัวหน้าที่เก่งทั้งคนและเก่งทั้งงาน


 

หัวหน้าที่ดีต้องเก่งทั้งคนเก่งทั้งงาน

หัวหน้าที่เก่งทั้งคนเก่งทั้งงานย่อมเป็นหัวหน้าในฝันของลูกน้องหลายๆ คน เพราะสามารถทำให้ลูกน้องทำงานได้ดีและมีความสุข แต่ละคนร่วมมือร่วมใจกันทำงาน หากองค์กรใดมีหัวหน้าแบบนี้มากๆ องค์กรก็ได้ทั้งผลงานที่ตรงเป้าและสามารถรักษาลูกน้องเก่งๆ ให้อยู่กับองค์กรได้นานๆ



คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับหัวหน้าที่เก่งทั้งคนและเก่งทั้งงานคืออย่าลืมเรื่อง “การพัฒนาคน” เพราะโอกาสในการพัฒนาตัวเองคือสาเหตุหลักที่พนักงานเก่งๆ ใช้ตัดสินใจว่าจะอยู่หรือไปต่อกับองค์กร หากอย่างรักษาคนเก่งไว้กับองค์กร หัวหน้าควรวิเคราะห์ลูกน้องแต่ละคนว่ามีจุดดีจุดด้อยอย่างไร พร้อมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ โดยนำทักษะและประสบการณ์ของตนมาใช้ในการพัฒนาลูกทีม หากขาดตรงไหนก็ควรเสริมตรงนั้น เช่น หากลูกน้องเก่งงานแต่ไม่เก่งคน ก็ควรปล่อยให้ลูกน้องได้มีอิสระในการทำงาน ให้คำแนะนำเมื่อจำเป็น ขณะเดียวกันก็ค่อยๆ เสริมทักษะด้านคนและการสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานให้เขา แต่หากลูกน้องเก่งคนแต่ไม่เก่งงาน หัวหน้าก็ควรคอยให้คำแนะนำด้านการทำงานอย่างใกล้ชิด คอยเสริมทักษะด้านการทำงานให้กับเขา หากทำได้แบบนี้คุณก็จะมีทีมที่แข็งแกร่งไว้พร้อมรับมือกับงานและความท้าทายใหม่ๆ ได้อย่างยั่งยืน