Work From Home อย่างไร ให้ชีวิตยัง Work-Life Balance

พฤษภาคม 07, 2563 คำแนะนำด้านอาชีพ

Work from Home อาจทำให้ชีวิตขาด Work Life Balance

เมื่อบริษัทอนุมัติให้สามารถทำงานอยู่ที่บ้าน หรือ Work From Home ได้ เชื่อว่าหลายคนคงดีใจ เพราะไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง มาเจอกับรถติด หรือต้องเสี่ยงออกไปเจอเชื้อ COVID-19 ทำงานอยู่บ้านน่าจะสบายๆ ในทางตรงกันข้ามหัวหน้างานบางคนอาจจะไม่ค่อยสบายใจ เพราะการ Work from Home ทำให้ไม่เห็นหน้ากัน กังวลว่าลูกน้องจะทำงานเต็มประสิทธิภาพหรือเปล่า แต่แท้จริงแล้ว ปัญหาแรกๆ ที่มักพบเจอก็คือ พนักงานอาจทำงานหนักกว่าที่คิด เพราะการให้ชีวิตการทำงาน กับชีวิตส่วนตัวมาอยู่ที่เดียวกัน ทำให้แบ่งเวลาได้ยากมาก เพราะเมื่อให้พนักงานทำงานจากบ้าน 100% พนักงานส่วนใหญ่ตัดสินใจได้ยากมากว่าควรจะพักเวลาไหนดี บางทีก็ทำงานจนลืมพักเบรกให้ตัวเอง ไม่มีเวลาสำหรับพักเหนื่อยหรือคลายเครียดเลย ทำให้ใช้ชีวิตอยู่กับงานมากเกินไปจนขาดสมดุล

Work-Life Balance สำคัญอย่างไร

การทำงานหนักมากเกินไปจนไม่มีเวลาพักผ่อนส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ข้อมูลจาก-Harvard Business School เปิดเผยว่า จากการสำรวจในประเทศสหรัฐอเมริกาพบว่าการขาดสมดุลในการใช้ชีวิต (Work Life Balance) มีความสัมพันธ์กับค่ารักษาพยาบาลในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มสูงขึ้น จาก 1.25 แสนล้านดอลล่าร์ เป็น 1.9 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี

นอกจากนี้องค์การอนามัยโลกยังได้ระบุให้การขาดสมดุลในการใช้ชีวิต (Work-Life Balance) เป็นหนึ่งสาเหตุสำคัญของภาวะหมดไฟ ซึ่งภาวะหมดไฟนี้จะทำให้พนักงานหมดแรงกายและแรงใจ มีความรู้สึกในด้านลบต่องานที่ทำ ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงและนำไปสู่การลาออกตามมา ปัญหา Work-Life Balance ของพนักงานจึงไม่ใช่ปัญหาส่วนบุคคลอีกต่อไป แต่คือสิ่งที่องค์กรและทีมงานควรหาทางแก้ไขร่วมกัน แม้ในช่วงที่หลายองค์กรหันมาทำงานแบบ Work From Home ก็ไม่ควรมองข้าม


วิธี Work from Home ที่ยังทำให้มีชีวิตแบบ Work Life Balance

1. จัดลำดับความสำคัญของงาน

แม้ว่างานทุกงานสำคัญ แต่ไม่ใช่ว่างานทุกงานจะสำคัญเท่ากันหมด การจัดลำดับความสำคัญของงานจึงเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพ โดยคุณอาจใช้วิธีการจัดลำดับความสำคัญของงานด้วยเทคนิค Eisenhower Box ที่แบ่งงานออกเป็น 4 จำพวก คือ 1-เร่งรีบและสำคัญ 2-ไม่เร่งรีบแต่สำคัญ 3-เร่งรีบแต่ไม่สำคัญ และสุดท้าย 4-ไม่เร่งรีบและไม่สำคัญ โดยให้เลือกทำงานที่สำคัญก่อนงานที่เร่งรีบเสมอ เพราะสาเหตุที่เราจัดลำดับความสำคัญไม่สำเร็จเป็นเพราะเรามักทำงานที่เร่งรีบแต่ไม่สำคัญก่อน จึงกลายเป็นว่าทุกงานด่วนหมด ทำให้เราต้องเจอกับปัญหาการทำงานแบบ Multitasking ไม่สามารถโฟกัสกับงานได้เต็มที่และผลาญเวลาในการทำงานมากขึ้น เกิดการทำงานล่วงเวลา ไม่สามารถจัดตารางชีวิตให้เกิด Work-Life Balance ได้  

2. ตั้ง To do List ให้กับตัวเอง

เพื่อให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงรักษาสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวได้ หลังจากจัดลำดับความสำคัญของงานต่างๆ เสร็จแล้ว เราควรทำ To do List ไว้ค่ะว่า วันนี้เราจะจัดการงานอะไรบ้างให้เสร็จ ถ้าให้ดีก็กำหนดเวลาไปเลยว่า เวลานี้เราจะทำงานอะไร และเลิกงานเมื่อไหร่  พอเราลองจัดเวลา จัดลำดับความสำคัญ ก็จะช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีระบบ แถมเห็นช่องว่างของเวลาที่พักผ่อนได้ วิธีนี้ก็จะช่วยให้เราบริหารเวลาทำงานได้ดีขึ้น และมีเวลาพักผ่อนจากงานโดยที่ไม่เสียงานค่ะ

3. ได้เวลาเลิกงานต้องเลิก กำหนดเวลาพักผ่อนให้ตัวเอง

ต่อให้ไม่ Work from Home ไปทำงานออฟฟิศ ก็ต้องมีการบาลานซ์ชีวิตไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไปค่ะ หากเราเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน เพราะคิดว่าเดี๋ยวค่อยพัก จนเวลางานก็กินเวลาพักเราไปเรียบร้อย หรือคิดว่าจะพักแต่ก็ดันลืมเพราะกำลังสนุกกับการทำงาน ดังนั้น เราลองมาล็อกตารางสำหรับการพักผ่อนไปเลยค่ะ ว่าเวลานี้เราจะนอนพัก เวลานี้เราจะดูหนัง เวลานี้เราจะออกกำลังกาย แล้วใส่ลิสต์นี้ลงไปในตางรางแล้วตั้งแจ้งเตือนไว้ ก็จะช่วยเตือนความจำให้เราตระหนักรู้ว่า เวลานี้ควรปล่อยวางจากงานแล้วมาพักผ่อนกันดีกว่า และปิดการแจ้งเตือนเรื่องงานนอกเวลางาน เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวน และบังคับตัวเองไม่ให้จดจ่อกับงานมากเกินไป

4. ปรับปรุงการประชุมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัญหาหนึ่งที่เจอกันในการทำงานแบบ Work from Home ก็คือปัญหาการสื่อสารค่ะ เพราะเราทำงานกับคนละที่ ไม่ได้อยู่รวมกันในออฟฟิศเหมือนเดิมแล้ว เลยทำให้เราต้องคุยกันมากขึ้น เลยกลายเป็นว่าทำงานที่บ้านแต่ก็ต้องสแตนด์บายพร้อมประชุมกันตลอดเวลาจนเพลียกันไปข้าง ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการตกลงเรื่องการจัดระบบการประชุมเสียใหม่ ประชุมเท่าที่จำเป็น ประชุมเฉพาะคนที่เกี่ยวข้อง จัดตารางประชุมให้ชัดเจนล่วงหน้า โดยอาจจะเป็นวิธีประชุมสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รวมทุกประเด็นคุยกันในที่ประชุมทีเดียว หรือหากไม่สามารถจำกัดจำนวนครั้งต่อสัปดาห์ได้ ก็ให้ใช้วิธีจับทุกคนมาประชุมพร้อมกันค่ะ เช่น เรามีแผนจะทำงานโปรเจคหนึ่งที่ต้องปรึกษากับหลายๆ คน หลายๆ ทีม อาจแยกวงประชุมไปคุยทีละทีม อาจจะทำให้มีการประชุมเกิดขึ้นมาเยอะเกินไป บางประชุมอาจสามารถรวมคนที่เกี่ยวข้องในโปรเจกต์นั้นคุยพร้อมกันทั้งหมดในประชุมเดียว เพื่อไม่ต้องเสียเวลาจัดประชุมหลายครั้งค่ะ หรือใครไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานนั้นก็อาจจะอนุโลมไม่ต้องเข้าร่วมประชุม แต่ให้สื่อสารอัพเดทงานดังกล่าวด้วยการสรุปประชุมผ่านทางอีเมลแทน

5. ปรึกษาหัวหน้าเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน

ปัญหาการขาดสมดุลการใช้ชีวิตเป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกับการบริหารงานของทั้งทีมหรือแผนก การปรึกษาหัวหน้าเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันจึงเป็นวิธีที่สามารถช่วยหาทางออกให้กับปัญหานี้ได้ โดยควรวิเคราะห์และชี้แจงถึงสาเหตุของปัญหาให้ชัดเจน รวมทั้งแจ้งหัวหน้าทราบถึงภาระงานที่เรามีอยู่เพื่อช่วยการจัดลำดับความสำคัญของงานร่วมกัน ตกลงกรอบการทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงจุด

การ Work from Home เป็นรูปแบบการทำงานหนึ่งที่น่าสนใจ แต่ก็เป็นรูปแบบการทำงานที่ใหม่สำหรับหลายๆ คน และ หลายๆ องค์กร ที่ต้องอาศัยการปรับจูนกันทั้งสองฝ่ายเพื่อให้เกิดสมดุลในการใช้ชีวิตสำหรับพนักงาน และประสิทธิภาพในการทำงานให้กับองค์กร