กฎ 5 ข้อ “แนะนำตัวเอง” ให้ผู้สัมภาษณ์ประทับใจ

February 25, 2021 Resume Writing & Interview​

การแนะนำตัวเอง เป็นสิ่งแรกที่ผู้สัมภาษณ์จะขอให้ผู้สมัครทำ และยังเป็นโอกาสแรกของผู้สมัครที่จะทำให้ผู้สัมภาษณ์ประทับใจ และหากเริ่มต้นได้ดีก็จะทำให้บรรยากาศการสัมภาษณ์งานเป็นไปด้วยดีและประสบความสำเร็จ  ช่วงเวลา 2-3 นาทีแรกในการแนะนำตัวเองจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก 

การแนะนำตัวดูเผินๆ อาจเป็นเรื่องง่ายๆ จึงทำให้ผู้สมัครมักมองข้ามการเตรียมตัวและฝึกซ้อมแนะนำตัวก่อนสัมภาษณ์งานจริง หลายคนไปคิดและพูดสดเอาหน้างาน ทำให้พลาดโอกาสสำคัญในการทำคะแนนไป Adecco จึงได้สรุป กฎ 5 ข้อ “แนะนำตัวเอง” ให้ผู้สัมภาษณ์ประทับใจ เพื่อช่วยให้ผู้สมัครได้เตรียมความพร้อมและปรับปรุงสคริปต์แนะนำตัวเองก่อนไปสัมภาษณ์งานจริงกันค่ะ 
 

1.นั่งหลังตรง ยิ้มแย้ม สบตาผู้สัมภาษณ์ 


มีการวิจัยที่พบว่าภาษากาย เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลที่สุดในการสื่อสารให้ได้ผล สำคัญกว่าสิ่งที่เราจะพูดเสียอีก ดังนั้นในการฝึกซ้อมแนะนำตัวเองควรฝึกหน้ากระจกไปด้วยเพื่อให้เราได้เห็นท่าทางที่เราแสดงออกมา การนั่งควรนั่งหลังตรง ไม่ไขว่ห้าง ไม่หลุกหลิก เมื่อพูดควรสบตาเพื่อแสดงถึงความสุภาพและให้เกียรติผู้สัมภาษณ์ และยิ้มให้ผู้สัมภาษณ์บ้างเพื่อแสดงออกถึงความเป็นมิตร รอยยิ้มที่จริงใจเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการสร้างความประทับใจ อย่าเผลอแสดงหน้าบูดบึ้งออกมา เพราะมันอาจถูกตีความไปในทางที่ไม่ดีและทำให้คุณพลาดโอกาสได้งานได้เลย 
 

2.พูดจาสุภาพ น้ำเสียงเป็นมิตร 


น้ำเสียงถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญรองลงมาจากภาษากาย ผู้สมัครควรเลือกใช้น้ำเสียงที่เป็นมิตร ไม่พูดจาห้วนๆ การพูดจาควรสุภาพและมีหางเสียงอยู่เสมอ ไม่พูดเสียงดังหรือเบาเกินไป เพราะหากเสียงดังเกินไปอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนโดนตะโกนใส่  หากเสียงเบาเกินไปก็ดูเป็นคนไม่มั่นใจ นอกจากนี้การพูดเอื่อยหรือช้าจนเกินไปก็อาจถูกตีความว่าเป็นคนเฉื่อยไม่กระตือรือร้นได้ ผู้สมัครจึงควรพยายามรักษาจังหวะและความเร็วในการแนะนำตัวให้อยู่ในระดับที่พอดี ก็จะช่วยเรียกคะแนนให้คุณได้มากขึ้น 
 

3.แสดงออกถึง passion ในอาชีพ 


ไม่ว่าจะสมัครงานตำแหน่งอะไร องค์กรต่างก็ต้องการคนที่มีไฟและแรงจูงใจในการทำงานเพราะนอกจากจะได้คนที่ทำงานเต็มที่แล้วยังสร้างเอเนอร์จี้ที่ดีให้ทีมด้วย ดังนั้นในการแนะนำตัวเองหากผู้สมัครสามารถสื่อสารถึงเป้าหมายและความสนใจในอาชีพ ก็จะช่วยให้สัมภาษณ์เข้าใจที่มาที่ไปของเรามากขึ้น และเมื่อสัมภาษณ์ไปเรื่อยๆ ผู้สัมภาษณ์ก็จะเห็น passion ของคุณที่ชัดขึ้นได้เองผ่านประกายในแววตาของคุณเมื่อคุณเล่าเรื่องตอนได้ทำงานที่ชอบ และรับรู้ว่าคุณตั้งใจมาสมัครงานและสนใจในงานนี้จริงๆ 
 

4.เล่าถึงผลงานและสิ่งที่ได้เรียนรู้ 


เมื่อต้องเล่าถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา อย่าเล่าเพียงว่าทำที่ไหนมาบ้าง ทำตำแหน่งอะไร แต่ควรอธิบายเพิ่มเติมสั้นๆ ว่า เรารับผิดชอบอะไร มีผลงานน่าสนใจอะไรบ้าง หรือได้เรียนรู้อะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในตำแหน่งที่สมัครบ้าง เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์มีความมั่นใจว่าเราจะสามารถทำงานในตำแหน่งนี้ได้ 
 

5.นำเสนอจุดขายตัวเอง 


เมื่อเล่าประวัติและประสบกาณ์ทำงานแล้วควรปิดท้ายด้วยจุดขายของตัวเองเพื่อให้ผู้สัมภาษณ์ทราบว่าทำไมจึงควรจ้างเรา ดังนั้นผู้สมัครต้องทำการบ้านมาก่อนล่วงหน้า วิเคราะห์ตำแหน่งงานที่สมัครว่าองค์กรต้องการคนแบบไหน แล้วเรามีข้อดีหรือจุดเด่นอะไรที่จะสามารถตอบโจทย์ได้บ้าง และนำจุดขายนั้นมาโน้มน้าวผู้สัมภาษณ์ว่าเราสามารถทำประโยชน์ให้องค์กรได้อย่างไรหากเราได้ทำงานในตำแหน่งนี้