Quiz: คุณเป็นหัวหน้าสไตล์ไหน?

กันยายน 15, 2565 การพัฒนาภาวะผู้นำ
Quiz: คุณเป็นหัวหน้าสไตล์ไหน?

ในฐานะหัวหน้างาน ไม่ว่าคุณจะเป็นหัวหน้าระดับไหน ทีมของคุณจะเล็กหรือใหญ่ แต่คุณก็คือบุคคลสำคัญขององค์กีที่จะช่วยกำหนดทิศทางการทำงานของทีมเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้น รูปแบบการทำงาน หรือสไตล์การบริหารทีมงานของคุณจึงมีผลอย่างยิ่งต่อบรรยากาศในการทำงาน ความสุขของพนักงาน และผลงานของทีมและองค์กรโดยรวมนั่นเอง ลองมาทำความรู้จักและเข้าใจจุดเด่นจุดด้อยของสไตล์การทำงานของคุณผ่านแบบทดสอบนี้กัน


1.คำพูดติดปากของคุณคือ


A.ลองทำตามที่พี่แนะนำดูนะ

B.มีอะไรอยากเสนอไหม

C.ลอง explore ได้เลยว่าอยากทำแบบไหน


2.สิ่งที่คุณจะทำเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้นในทีม


A.บอกให้ลูกน้องเลิกทะเลาะกันแล้วกลับไปทำงาน

B.นัดประชุมแล้วให้แต่ละคนได้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมช่วยหาวิธีแก้ปัญหา

C.ให้ลูกน้องเคลียร์กันเองโดยไม่เข้าไปยุ่ง


3.เมื่อมอบหมายงานให้ทีมทำ คุณมักจะ


A.เข้าไปมีส่วนร่วมแทบทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่างานมีคุณภาพดี

B.สนับสนุนให้ลูกน้องทำงานในแบบของตัวเอง และพร้อม support เมื่อต้องการความช่วยเหลือ

C.ให้อิสระในการทำงานและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ ขอแค่ได้งานตามวัตถุประสงค์และเป้าที่ตั้งไว้


4.เมื่อต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง คุณมักจะ


A.ตัดสินใจทุกเรื่องด้วยตัวเอง เพราะการ discuss กันไม่ใช่เรื่องจำเป็น

B.ถามความคิดของลูกทีมว่ารู้สึกอย่างไรกับไอเดียของคุณ และกระตุ้นลูกทีมให้เสนอไอเดียของตัวเอง

C.ให้ลูกทีมไปตัดสินใจกันเอง โดยคุณเพียงบอกและกระตุ้นทีมให้คิดและตัดสินใจให้ดี


5.วิธีการนัด meeting ของคุณคือ


A.ส่งเชิญประชุมไปเลย และให้ทุกคนเข้าร่วม

B.เช็คกับทีมก่อนว่าว่างเมื่อไหร่ค่อยกำหนดเวลา

C.กำหนดการประชุมประจำสัปดาห์ เพื่อให้ทุกคนทราบตารางที่แน่นอน


6.คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับการให้ลูกน้องประเมินการทำงานของคุณ


A.ไม่คาดหวังให้ลูกน้องแสดงความคิดเห็นต่อวิธีการทำงานของคุณ

B.กระตุ้นให้ลูกน้องแสดงความคิดเห็นและหาทางแก้ไขร่วมกัน

C.รับฟังความคิดเห็นของทีม และนำคำแนะนำและข้อเสนอแนะมาพิจารณา


7.คุณติดตามการทำงานของลูกน้องบ่อยแค่ไหน


A.ถ้าเลือกได้ก็อยากเช็คทุกวันว่าทำอะไรอยู่บ้าง

B.หนึ่งหรือสองครั้งต่อสัปดาห์

C.ไม่บ่อยเพราะเชื่อว่าแต่ละคนรับผิดชอบงานของตัวเองได้


8.คุณแชร์ข้อมูลเรื่องงานกับลูกน้องมากแค่ไหน


A.แชร์เท่าที่จำเป็นต่อการทำงาน

B.แชร์แทบทุกเรื่องเพื่อความโปร่งใสในการทำงาน

C.แชร์ตามมารยาทที่ควรทำ

การนับคะแนน


คำตอบ A = 1 คะแนน
คำตอบ B = 2 คะแนน
คำตอบ C = 3 คะแนน 



รูปแบบการบริหารทีม
8-12 คะแนน คุณเป็นหัวหน้าสั่งลุย (Autocratic leader)

คุณเป็นหัวหน้าที่บริหารทีมแบบ top-down คือเน้นสั่งการเป็นหลัก คุณเป็นคนมั่นใจในตัวเอง ตัดสินใจได้เด็ดขาด จึงไม่ต้องการความคิดเห็นของลูกน้องมากนัก

คุณเป็นคนมอบหมายงานและสอนงานให้ลูกน้องทำอย่างมีแบบแผน และเป็นขั้นตอนอย่างชัดเจน โดยลูกน้องแค่ต้องทำตามคำสั่งหรือวิธีการทำงานที่คุณวางไว้เท่านั้น วิธีการทำงานแบบนี้จะข่วยให้ลูกน้องมี productivity เพิ่มขึ้นจากความเข้มงวดของคุณ ข้อดีของการบริหารทีมสไตล์นี้คือเมื่อมี crisis เกิดขึ้น คุณมักจะรับมือกับปัญหาและตัดสินใจได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องสนใจความคิดเห็นอื่นๆ ที่อาจะทำให้ไขว้เขว หรือเกิดการสื่อสารผิดพลาดได้

อย่างไรก็ตามการทำงานแบบนี้มีโอกาสทำให้ลูกน้องขาดทักษะการแก้ปัญหาด้วยตัวเองเพราะเป็นเพียงผู้ทำตามคำสั่ง ขาดแรงบันดาลใจในการทำงาน หรือความคิดสร้างสรรค์ในด้านอื่นๆ และอาจจะตัดสินใจเปลี่ยนงานในท้ายที่สุด

13-19 คะแนน คุณเป็นหัวหน้าแบบประชาธิปไตย (Democratic leader)

คุณเป็นหัวหน้าที่มีการสื่อสารทั้งแบบ top-down และ bottom-up คือเป็นคนให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของลูกน้อง ชอบกระตุ้นให้ลูกน้องออกความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในกระบวนการทำงาน แต่ยังคงเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเองในท้ายที่สุด และไม่ขัดเขินที่จะเป็นกระบอกเสียงให้ทีมเมื่อต้องประชุมกับทีมอื่น

คุณเป็นหัวหน้าที่อนุญาตให้ลูกน้องมีอิสระในการทำงานของตัวเอง ในบางครั้งจึงเหมือนที่ปรึกษา การบริหารงานสไตล์นี้จะมีประโยชน์มากในงานที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่หลากหลาย รวมถึงงานที่ต้องระดมไอเดีย ลูกน้องที่มีหัวหน้าสไตล์นี้จะได้พัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม ซึ่งส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาคนเก่งไว้ได้

หัวใจสำคัญของการบริหารงานรูปแบบนี้ให้ประสบความสำเร็จคือ การจัดการอย่างเป็นระบบและการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ข้อควรระวังคือหากระดมความคิดเห็นมากเกินไปในช่วง crisis ความเห็นที่ได้จะทำให้เกิดเสียงแตก และอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจแก้ปัญหาได้

20-24 คะแนน คุณเป็นหัวหน้าแบบปล่อยให้ทำ (Laissez-Faire leader)

คุณเป็นหัวหน้าที่มีความสบาย ๆ คุณชอบกระจายงานให้ลูกน้องและหาแหล่งข้อมูลให้ถ้าจำเป็น คุณจะเข้ามามีบทบาทเมื่องานออกนอกลู่นอกทางหรือเมื่อลูกน้องต้องการความช่วยเหลือ นอกเหนือจากนั้นคุณจะให้อิสระลูกน้องเต็มที่ให้พวกเขาได้ทำงานด้วยวิธีหรือรูปแบบที่ตัวเองถนัดหรือทำได้ดี

ลูกน้องที่เหมาะกับหัวหน้าสไตล์นี้คือคนที่มี self-motivated มีแรงจูงใจในการทำงานและรับผิดชอบงานของตนเองได้ การที่หัวหน้าให้ความไว้วางใจและให้อำนาจให้การตัดสินใจจะช่วยให้ลูกน้องได้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และพร้อมทำงานแบบเต็มความสามารถ หัวหน้าไสตล์นี้ยังช่วยลดขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็นระหว่างหัวหน้าและลุกน้องให้ลดลง ซึ่งช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นได้อีกด้วย

ข้อควรระวังของการทำงานแบบปล่อยให้ทำคือถ้าลูกน้องของคุณยังไม่เก่งพอ การทำงานอาจไม่ราบรื่นเท่าที่ควร และมีโอกาสที่คุณจะมองไม่เห็นจุดผิดพลาดที่คาดไม่ถึงเพราะคุณไม่ค่อยได้ involve กับทีม และมีโอกาสที่ทีมจะขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะมีการพูดคุยหรือปฏิสัมพันธ์กันน้อยกว่าที่ควรเป็น

เป็นอย่างไรกันบ้าง ตรงกับคุณบ้างหรือเปล่า? จะเห็นว่าสไตล์การบริหารแต่ละแบบล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือคุณควรทำความรู้จัดทีมงานของตนเอง และเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยุ่ เพื่อให้รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเป็นหัวหน้าสไตล์ไหนและปรับตัวให้เหมาะสม ทั้งนี้เพื่อนำพาทีมงานและองค์กรไปสู่ความสำเร็จให้ได้ในที่สุด


อ้างอิง: https://adecco.com.vn/en/knowledge-center/detail/management-styles